2009-11

Hong Kong - Macau - Shenzhen's trip

มาอัพบล็อคเรื่องสร้างสรรค์กันบ้างดีกว่า หลังจากอัพอะไรมืดมนมาหลายหน้าล่ะ
แล้วชีวิตช่วงนี้ก็มืดมนอย่างบอกไม่ถูก เหอๆ
เริ่มเล่าตั้งแต่วันแรกเลยนะ

ทริปคราวนี้ มีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 10 คน รวมเราด้วยอ่านะ
ก็มีเพื่อนแม่ทั้งหมด 5 คน แล้วก็ลูกเพื่อนแม่ 2 คน แล้วก็แม่เพื่อนแม่อีก 1 คน
สรุปประชากรของทริปนี้ส่วนใหญ่เป็นคนแก่นั่นเอง เหอๆ

เดินทางด้วย ศรีลังกาแอร์ไลน์ เครื่องขาไปที่นั่งเล็กมากอ่ะ
ดีนะที่ได้นั่งกับแม่ ถ้านั่งกับคนอื่นคงอึดอัดตาย
อาหารบนเครื่องก็ใช้ได้ แต่ว่าทีวีไม่มีอะไรให้ดูเลยอ่ะ เซ็งมาก
คงเป็นเพราะว่าบินระยะสั้นมาก สองชั่วโมงกว่าๆ ก็เลยไม่มีหนังให้ดูเลยอ่ะ
ไกด์ที่เดินทางไปด้วยกันตั้งแต่สนามบินคือ คุณหนุ่ม ได้ข่าวว่าเพิ่งกลับมาจากฮ่องกงตอนแปดโมง
แล้วบ่ายโมงก็ต้องบินกลับไปพร้อมกรุ๊ปเราอีกล่ะ เหอๆ จะทำงานหนักเกินไปมั้ย
แต่ถ้าได้เงินเยอะ มันก็น่าเหนื่อยอยู่หรอกเนอะ ฮ่าๆๆ

ถึงสนามบินที่ฮ่องกง เวลาประมาณ 6โมงครึ่ง เวลาที่นู้นแล้วอ่านะ
ก็มีไกด์ท้องถิ่นที่นู้นมารับอีก คนนี้ชื่อ คุณเมย์
เค้าก็พาไปขึ้นรถโค้ช เตรียมเตรียมไปส่งไปท่าเรือ เพื่อไปมาเก๊าต่อ
ดูเป็นการเดินทางที่ทรหดดีม่ะ
ฮ่องกงตอนกลางคืนสวยมากอ่ะ แล้วแบบเมืองเค้ามีแต่ตึกสูงๆทั้งนั้น
พอถึงท่าเรือก็ลากๆกระเป๋าขึ้นเรือไป เรือเป็นแบบเรือเฟอร์รี่ดูไฮโซมากมาย
ขอบอกว่าที่นั่งสบายกว่าบนเครื่องบินสิบเท่า ทั้งนุ่มกว่า และที่นั่งใหญ่กว่า
แต่ขึ้นเรือปุบก็รู้สภาพร่างกายตัวเองอ่านะ
ต้องรีบหลับ จากประสบการณ์ไปเสม็ดมาสองรอบ ทำให้รู้ว่า เราเมาเรือ
ถ้าไม่หลับต้องมีอ้วกแน่นอน ใช้เวลาจากฮ่องกงไปมาเก๊าโดยเรือก็ประมาณหนึ่งชั่วโมง

หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็มาถึงมาเก๊า เดินลงเรือมาก็แอบมึนเล็กน้อย ขนาดว่าหลับนะ เหอๆ
แล้วแบบว่า จากเรือเดินไปถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง แบบว่าไกลได้โล่ห์มากๆๆๆ
ก็เดินลากกระเป๋ากันไป พอออกจากด่านได้ ก็มีไกด์ที่นี่มารอรับอีก
ไกด์ที่นี่คือ คุณหมู ก็ขึ้นรถบัสเล็กๆไป พาไปกินข้าวเย็น ณ เวลาประมาณ 2 ทุ่มได้
อาหารที่มาเก๊ารสชาดอ่อนมากอ่ะ จืดทุกสิ่งอย่างเลย ถือว่าเป็ดอร่อยสุด
แล้วที่นี่ไม่มีน้ำเย็นค่ะ ก็กินชาร้อนๆกันไปแหละ แต่เราว่ากินชาก็อร่อยดีนะ
แต่ว่าชาเขียวญี่ปุ่นอร่อยกว่า ชาจีนเยอะเลย แหะๆ

กินเสร็จเค้าก็ปล่อยให้ถ่ายรูปแถวๆนั้นนิดหน่อย
แล้วก็พาเข้าพักที่โรงแรม โรงแรมที่นี่ก็โอเค ให้เป็นอันดับที่สองจากสามที่ที่ได้พัก
จากการเดินทางอย่างทรหด ก็รีบอาบน้ำแล้วก็นอนเลย
แต่คืนแรกก็แอบนอนไม่ค่อยหลับ ฮ่าๆ คือแบบหลับนะ แต่ไม่สนิท

ตื่นเช้ามาก็ลงไปกินอาหารเช้าของโรงแรม อาหารก็อาหารเช้าทั่วไป รสชาดใช้ได้
ถ้ารสชาดแย่ ก็แย่แล้วล่ะเนอะ เหอๆ
กินเสร็จ ขึ้นไปเอากระเป๋าที่ห้อง แล้วก็รอรถมารับ ที่แรกที่ไปคือ
ซากประตูโบถ์เซนต์พอล วิวที่มองจากข้างบนสวยมากอ่ะ
อากาศจะดีมาก ถ้าไม่มีกลิ่นบุหรี่ เหอๆ

Photobucket

Photobucket
เสร็จแล้วก็ไปที่วัด ไม่แน่ใจว่าชื่อวัดอะไรอ่า
ที่วัดนี้ก็ไหว้ตั้งแต่ เจ้าแม่กวนอิม พระสังกระจาย จนมาถึงพระพุทธเจ้า
เสร็จแล้วก็พาไปร้านขนมขึ้นชื่อ อะไรประมาณนั้น
แต่เนื่องจากเราก็ไมได้อยากกินอะไรอ่านะ เราก็หนีออกมาอยู่นอกร้าน
มายืนถ่ายรูปวิวแถวนั้น แล้วก็หันไปเจอร้านนี้มา

ให้ตายเหอะ นี่จะตามหลอกหลอนเราทุกที่ใช่ม่ะ
ไม่ต้องตามมาทุกที่ เราก็คิดถึงจะตายอยู่แล้ว

เสร็จจากตรงนี้ก็ไปต่อที่เวเนเชี่ยนจริงๆเป็นที่ที่ต้องไปตั้งแต่เมื่อคืน
แต่ว่าไกด์รู้ว่าทุกคนเหนื่อยแล้ว เค้าก็เลยเอามาไว้วันนี้แทน
ไปถึงก็สวยเหมือนที่เคยเห็นในเน็ตมาอ่ะแหละ
แต่ว่าของข้างในก็ไม่ได้ถูกเลยอ่านะ ยี่ห้อก็งั้นๆสำหรับเรา
เดี๋ยวนี้ยี่ห้อเสื้อผ้าเราชอบของเมกามากกว่าแล้ว เหอๆ
ไม่ใช่อะไรหรอก ของเมกามันมีไซส์ด้วยแหละ
เค้าก็ให้เวลาเดินถึงเที่ยงอ่านะ ข้างใหญ่แบบว่าใหญ่โค่ดๆ
เกือบหลงเลยทีเดียว ฮ่าๆๆ เราก็พาแม่เดินไปนู้นไปนี่อ่านะ
แต่แม่ก็จะแบบว่า จะไปไหน เดี๋ยวก็หลงหรอก อะไรอย่างนี้

เสร็จจากเวเนเชี่ยนก็ไปกินข้าว ร้านคราวนี้อยู่ตรงข้ามกับสนามบินที่นี่เลย
แล้วก็อยู่ใกล้ๆกับท่าเรือด้วย รสชาดอาหารมื้อนี้ ก็ดีกว่าเมื่อคืนหน่อย
แล้วก็ไม่มีน้ำเย็นเหมือนเดิม เหอๆ กินเสร็จก็ไปท่าเรือ
เดินทางไปเซินเจิ้นต่อ คราวนี้นั่งเรือเกือบชั่วโมงครึ่งได้
นานเข้าไปอีก เราก็หลับจริงจังได้อีก ฮ่าๆ ก็นะเพิ่งกินมาอิ่มๆ คึคึ

เรือรอบนี้ทั้งลำมีแต่คนไทยนะฮะ คือมีกรุ๊ปเรา กับอีกกรุ๊ปที่คนเยอะกว่าหน่อย
แล้วดูเหมือนว่า ทำไมดูไกด์จะรู้จักกันหมดเลย ฮ่าๆๆ
แต่ว่าเรือลำเมื่อวานใหญ่กว่าอ่ะ แต่เราชอบเบาะลำนี้มากกว่า นิ่มกว่าอ่ะ
พอลงเรือก็เข้าต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองอีก
แล้วก็รอนานนิดหน่อย เพราะว่าไกด์ต้องไปคุยอะไรไม่รู้
แบบว่าเข้าเมืองนี้ต้องมีวีซ่าอ่า แล้วแบบเค้าใช้วีซ่าแบบกรุ๊ปคือ
ใช้วีซ่าของไกด์คนเดียว ก็เข้าได้เลย เราว่าก็สะดวกไปอีกแบบ

ส่วนไกด์ท้องถิ่นของที่นี่ มีชื่อไทยว่า คุณตั๊ก ก็เป็นคนจีนอ่านะ
แต่ว่าเคยมาเรียนมหาลัยที่ไทยปีนึง ถือว่าพูดไทยได้เยอะมากเลยอ่ะ
แล้วยังจะเล่นมุขได้อีก เก่งจริงๆ เราว่าเป็นไกด์ที่ฮาสุดแระ
เพราะว่ายังวัยรุ่นอยู่เลย แล้วแบบนะนิสัยวัยรุ่น ผช ทั่วไป
แต่ว่าถ้าพูดไทยชัดก็เหมือนคนไทยมากเลยเหอะ แบบว่าแยกไม่ออกเลยว่าเป็นคนจีน

ที่แรกที่ไปก็คือ แบบว่าเป็นร้านของทางรัฐบาลเค้า
ก็จะมีขายสินค้าโอท๊อปทั่วไป แต่ราคาไม่ถูก เหอๆ
ไกด์พี่หนุ่มเค้าก็มาพูดให้ฟังทีหลังอ่านะ แบบว่าคือถ้ามาแบบเป็นทัวร์เนี้ย
ไม่ว่าทัวร์ไหนก็ต้องพามาที่ร้านนี้ แบบว่าเป็นกฎของเค้าอ่ะ
แต่ว่ามาแล้วไม่ซื้อก็ได้ แค่เดินๆดูเฉยๆก็ไ้ด้
แล้วแม่งเจ้าหน้าที่ พูดไทยได้ พูดได้เยอะด้วย เราตกใจ
คือแบบ ไกด์นี่แทบไม่ต้องพูดอะไรเลยเกือบตลอดทั้งทริป เหอๆ

เสร็จจากตรงนี้ก็ไปต่อที่ window of the world ก็เป็นเมืองจำลองอ่านะ
มีวัดพระแก้วจำลองด้วย แต่สวยได้ไม่เท่าของจริงหรอกนะ

Photobucket

Photobucket

แล้วกลางคืนก็ดูการแสดงของที่นี่ ชุด1-3 มันก็ยังสวยมากอยู่หรอกนะ
แต่พอหลังๆ เริ่มดูไม่ค่อยจะรู้เรื่อง แล้วมันก็เต้นไปเต้นมา
ดูมากก็เบื่ออ่ะ แล้วที่สำคัญ หิวและง่วงมากกกกกก

พอดูเสร็จก็ไปกินข้าว ร้านกินข้าวก็ใกล้ได้อีก นั่งรถไม่ึงห้านาทีถึง
อาหารมื้อแรกที่เซินเจิ้น อร่อยกว่าที่มาเก๊าทั้งสองมื้อ
แต่ก็เป็นไปตามคาด อิบูมนั่งกินเสร็จคนสุดท้ายเหมือนเดิม
ไม่รู้คนอื่นจะรีบกินไปไหน แล้วไอ้เด็กสองคนนั้น กินน้อยเกิ๊น
แบบว่าดูเค้าไม่เจริญอาหารเลยอ่ะ เหอๆ ทำไมทั้งทริปฉันเจริญอาหารอยู่คนเดียว
นี่สินะถึงเป็นเหตุผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมากิโลกว่าๆเนี้ย จะเป็นลม

กินเสร็จก็เข้าที่พัก ที่พักที่นี่ชั้นล่างดูไม่ีอะไรมาก
พอขึ้นมาชั้นล็อบบีก็ยังเฉยๆอยู่ แต่พอเข้าห้องพักแค่นั้นแหละ
สวยมากกกกก ห้องแบบดูใหม่ เตียงทั้งนิ่มทั้งใหญ่ ห้องน้ำสวย สะอาด
ทั้งๆที่ได้ห้องที่จิดกับตรงล็อบบี้เลยนะ แต่ว่าไม่ได้ยินเสียงอะไรทั้งนั้น
อร๊ายยยย ชอบมากมาย ハート
แล้วก็อยากจะได้ฝักบัวในห้องน้ำกลับบ้านมากๆ ใฝ่ฝันถึงฝักบัวอย่างนี้มานานล่ะ

Photobucket

Photobucket

Photobucket

สรุปคืนนี้นอนหลับอยากสบายกาย สบายใจ ตอนเช้านี่ไม่อยากจะลุกเลย
พออาบน้ำเสร็จ ก็ออกไปกินข้าว คือห้องอาหารก็อยู่ชั้นเดียวกันเลย
ก็ถือว่าสะดวก ไม่ต้องขึ้นลิฟต์ ลงลิฟต์เล่น
แล้วเราก็ออกไปกินข้าวด้วยรองเท้าแตะในห้องเหมือนเดิม
อ่อ รองเท้าแตะที่นี่นิ่มสบายเท้าดีด้วยแหละ
ทำไมโรงแรมนี้อะไรๆก็ดีไปซะหมด อ่อที่สำคัญนะมีไวเลสให้เล่นด้วย
แต่ว่าต้องออกมาเล่นตรงแถวๆล็อบบี้ข้างนอกนะ ในห้องสัญญาณเข้าไม่ถึง เหอๆ
แต่เล่นได้แปบเดียวก็ต้องไปล่ะ

ออกจากโรงแรมก็ไปมาบุญครองเซินเจิ้น
แต่ว่าไม่ได้เดินอะไรมากมายหรอกนะ เพราะว่าตอนสิบโมงต้องไปขึ้นรถไฟไปฮ่องกงล่ะ
คือไกด์เค้าพาไปร้านทีเค้าซื้อประจำเลยอ่ะ
อยากได้หลุยส์ใบนั้นมากๆๆๆๆ แต่แม่งเสือกเป็นของแท้หนีภาษี ราคา1500หยวน
ก็ประมาณเจ็ดพันบาทล่ะมั้ง อดเลย สีชมพูหวานๆสวยไม่ไหวจะเคลียร์
แม่บอกว่า ช่วยไปทำงานหาเงินซื้อเองเหอะ
อ่อแล้วคนขายร้านนี้นะฮะ พูดไทยได้อีกค่ะ ขอบคุณ
ไปไหนก็ไม่ต้องห่วงเรื่องจะฟังจีนไม่รู้เรื่องเลย

ซื้อของเสร็จได้กระเป๋ามาคนล่ะใบกับแม่
ก็ออกมาเอาไอ้กระเป๋าที่ซื้อมามายัดลงกระเป๋าใบใหญ่อีก
เกือบยัดไม่เข้าเลยทีเดียว ดีนะที่พี่ไกด์ช่วย แบบว่าชำนาญได้อีก
แล้วก็เดินไปสถานีรถไฟกัน ก็แบบไม่ไกลเท่าไหร่ เหมือนว่าเป็นตึกติดๆกัน

แล้วคือก็มี ตม, ตรวจเรียบร้อยก่อนขึ้นรถไฟอ่านะ
ก็แบบมันพอตรวจเสร็จก็คือเข้าเขตฮ่องกงแล้วอ่ะ
แล้วก็นั่งรถไฟไปจนสุดสาย กี่สถานีไม่ได้นับ ใช้เวลาประมาณ 40 นาที
รถไฟที่นั่งก็เหมือนบีทีเอสบ้านเราน่ะแหละ ตั๋วยังเหมือนกันเลยอ่ะ
แต่ชานชลามันไม่ได้ลอยอยู่ก็แค่นั้น

อ่อ ไกด์คุณเมย์ไปรอรับตั้งแต่ที่สถานีรถไฟเซินเจิ้นเลย
พอถึงก็เดินไปขึ้นรถโค้ช เป็นรถที่จุได้ประมาณ 40 กว่าคน
แต่ทั้งคันมีอยู่ไม่ถึง 15 คน นี่รวมไกด์และคนขับแล้วนะ ฮ่าๆๆ
นั่นแหละ ก็พาไปกินข้าวเที่ยง ก็เป็นที่ภัตรคารอีกตามเคย
ลืมบอกว่า เริ่มมีน้ำเย็นให้กินตั้งแต่อยู่เซินเจิ้นล่ะ
อาหารก็อร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆ อาหารที่ฮ่องกงอร่อยที่สุดในทริปล่ะ
กินเสร็จก็มุ่งหน้าสู่ ดิสนีย์แลนด์ฮ่องกง ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเกาลูนนะ ถ้าจำไม่ผิด
แบบว่าอยู่นี่ นั่งรถ นั่งเรือ ข้ามเกาะไปมา จำชื่อไม่ค่อยได้หรอก เกาะเยอะเกิ๊น

พอถึงข้างหน้า ก็ปล่อยให้เราเดินเข้าไป ทางเข้าเดินไกลมากอ่ะ
จะไกลเกินไปแระ กว่าจะถึงทางเข้าตัวดิสนีย์แลนด์จริงๆ เหนื่อยใช้ได้อยู่

Photobucket

Photobucket

พอเข้าไปข้างในก็ ไปนั่งรถไฟทัวร์รอบดิสนีย์แลนด์ก่อน 1 รอบ
แล้วก็ไปดู การแสดง 4 มิติ สนุกมากกกกกก
มันแบบมาทุกอย่าง ทั้งกลิ่น ทั้งน้ำ ในจอเปียก คนดูก็เปียก
โดนัลดั๊กฮาได้อีก ชอบเสียงเป็ดมันจริงๆ
ดูเสร็จก็ออกมาได้เวลาขบวนพาเรดพอดี ดูพาเรดเสร็จก็ไปเล่นเครื่องเล่น
ที่ไม่ได้มีอะไรหวาดเสียว เล่นแล้วสะใจเลยสักกะอย่าง
ก็ต้องทำใจอ่ะนะ ว่ามันคือดิสนีย์แลนด์ เน้นแต่ความน่ารัก

Photobucket

ของที่ระลึกที่ขายแต่ล่ะอย่างก็น่ารักทุกย่างเลยอ่ะ
อยากได้ทุกอย่างจริงๆ แต่พอเห็นราคาแล้วซื้อไม่ลง
โฮกกกก ช่วยผลิตเงินใช้ได้เองเถอะ

Photobucket

ออกจากดิสนีย์แลนด์ ก็นั่งรถเข้าไปในเมือง
ไกด์พาไปดูแสดงยิงเลเซอร์ ของตึกใหญ่ต่างๆ ก็โอเคสวยดี
ที่นั่งริมทะเลเลยด้วย แต่เป็นทะเลที่ให้ความรู้สึกเหมือนแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไม่มีผักตบ ฮ่าๆ
ดูเสร็จก็ไปกินข้าวเย็น เป็นมื้อที่อร่อยมากๆ อีกหนึ่งมื้อ อาหารฮ่องกงอร่อยจริงๆ

กินเสร็จก็เดินทางเข้าที่พัก ห้องพักไม่ค่อยดีเลยอ่ะ
ขนาดว่าอยู่นอกๆเมือง ไกด์บอกว่าห้องใหญ่แล้ว แต่เราว่าก็ยังเล็กอยู่ดี
แถมได้ห้องที่อยู่ในสุดอีกต่างหาก เดินไกลได้โล่ห์มาก
แต่ว่าตรงล็อบบี้น่ารักมาก เพราะว่าโรงแรมนี่ชื่อโรงแรมแพนด้า
อะไรๆก็มีแพนด้าไปหมด แล้วตรงล็อบบี้มีตุ๊กตาแหนด้าตัวโต
นั่งเล่นเปียโนอยู่ตัวนึง แล้วอีกตัวก็ยืนดูอยู่ เห็นแล้วอยากวิ่งเข้าไปกอดจริงๆ

Photobucket

อ่อ แต่ทีวีที่ฮ่องกงดีกว่าที่อื่นๆ
เพราะว่ามีอะไรให้ดูหลากหลายมากอ่ะ ได้ดูซีเอสไอไมอามี่ด้วย
แต่ว่าฟังแทบไม่รู้เรื่อง แถมเป็นซับจีน ไม่ได้ช่วยอะไรกุเลย ขอบคุณ
แล้วก็ได้ดูสตาร์โกลเด้นเบลล์ด้วย ไม่มีนักร้องที่ชื่นชอบไปออกหรอกนะ
แต่ว่าฮาได้อีก มีซับอิ้งค์แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรเหมือนเดิม เหอๆ
แล้วก็นอนตายมาก วันนี้เหนื่อยมากกกกก แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าอีก

ตื่นมาอาบน้ำเสร็จ เป็นวันที่ไม่ได้กินข้าวเช้าในโรงแรม
เพราะว่าวันนี้ออกไปกิน ติ่มซำ มื้อที่รอคอย
แต่ได้กินแล้ว มันก็เฉยๆอ่ะ มีแต่ขนมจีบกุ้งแหละที่อร่อยสุด
กุ้งชิ้นใหญ่มากๆๆๆ สะใจสุดๆ ฮ่าๆๆ

กินเสร็จก็เดินทางไปไหว้เจ้าแม่กวนอิมที่รีพัลส์เบย์
แล้วก็ต่อที่จุดชมวิวบนยอดเขาวิคตอเรียพีค

Photobucket

แล้วก็ไปไหว้หลวงพ่อแชกงนะ ถ้าจำไม่ผิด ซึ่งมีกังหันลมเป็นสัญลักษณ์
แล้วก็ต่อด้วยวัดหวังต้าเซียน วัดนี้สวยดีอ่ะ
จากนั้นก็โดนพาไป ร้านจิวเวอร์รี่ของคนฮ่องกง
ซึ่งมีกังหันลมฉบับจิ๋ว ซึ่งผ่านการทำพิธีปลุกเสกเรียบร้อยขายแล้วด้วย
คุณแม่ก็ซื้อจี้กับสร้อยให้ ได้ข่าวว่าแพงเหอะ แต่คุณแม่ฉันก็ยังสามารถต่อเค้าได้
นับถือจริง อ่อ แล้วที่ร้านนี้นะฮะ มีคนไทยทำงานอยู่เยอะมาก
แลดูน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูก เหอๆ

เสร็จก็ไปกินข้าวเที่ยง แถวๆถนนนาธาน ไกด์พาไปกินบะหมี่เกี๊ยวกุ้ง
ราคาก็ไม่แพงมาก แต่ว่ารสชาดอร่อยไม่ไหวจะเคลียร์
กินเข้าไปแล้วอยากจะกริ๊ด เกี๊ยว 1 ชิ้น มีกุ้งเยอะมากกกกกกก
แล้วร้านนี้มี ซีซีเลมอน ขายด้วย เห็นแล้วก็เกือบกริ๊ดเหมือนกัน ฮ่าๆ

กินอิ่มก็ปล่อยให้เดินเล่น ช้อปปิ้งตามสบาย ประมาณชั่วโมงครึ่ง
ก็ไปสอยรองเท้าผ้าใบมาอีกหนึ่งคู่ ยี่ห้อแปลก ไม่เคยเห็นในไทยอ่ะ
อยากได้รุ่นนึงมาก แต่ซื้อไม่ไหว แพงเกิน ก็เลยเอารุ่นธรรมดาๆมา

พอใกล้เวลาก็เดินกลับมาที่จุดนัดพบ
แล้วก็นั่งรถไปสนามบิน เตรียมตัวกลับไทย

เครื่องบินขากลับ ที่นั่งใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อย
แต่ว่าระหว่างบิน ตกหลุมอากาศบ่อยมากเลยอ่ะ
ดีนะว่ากินเสร็จก่อนแล้วค่อยตก ไม่งั้นอาจจะอ้วกได้
ก็ถึงไทยประมาณ สองทุ่มนิดหน่อย
ทั้งๆที่ตอนเครื่องขึ้นช้ากว่ากำหนด แต่ว่าก็มาถึงเร็วกว่าเวลาอีก เหอๆ
แต่แอร์ดูแลไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลยอ่ะ
แต่เอาเถอะ ก็คงเป็นเพราะตกหลุดอากาศด้วยแหละ เลยวุ่นวาย

เป็นการจบทริป ไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรกกับแม่
แล้วก็ไปแบบทัวร์ด้วย

ไปเที่ยวครั้งนี้ ทำให้เห็นอาชีพไกด์ว่าเค้าต้องทำอะไรกันบ้าง
เห็นแล้วแบบ นี่ต้องดูแลเทคแคร์ลูกทัวร์ขนาดนี้เลยหรอว่ะ
แล้วก็มาคิดว่าถ้าเป็นตัวเองอาจจะทำอาชีพนี้ไม่ได้
ทำไปไม่นานก็คงเบื่อและรำคาญ เหอๆ
แต่ว่าน่าจะเงินดีอยู่

10周年 おめでとう

สิบปีอาราชิ

今日、僕の大切な記念日だよ
嵐の10周年の日だから
まず、 嵐 おめでとうね。僕はずっとそばにいるよ。
ここから応援してね。びっくり

จบกับภาษาญี่ปุ่นพื้นฐานง่ายๆ ไม่เคยจะมีไวยากรณ์ซับซ้อนอะไรเล้ยยยย

อยู่เป็นอาราชิให้พวกเรารักนานๆนะ
รักอาราชิที่สุดในสามโลกเลยอ่ะ ハート
อย่างน้อยความฝันอย่างนึงของเราก็เป็นจริงแล้ว
เราจะไปเหยียบที่ๆพวกนายทั้ง 5 คน เดบิวต์
ในที่สุดเราก็ได้ไปแล้ว ไปจนไม่อยากกลับมาเลยล่ะ
รักฮาวายจัง ふきだしハート((เริ่มนอกประเด็น))
เหลืออีกหนึ่งฝันกับอาราชิ จะทำให้เป็นจริงให้ได้ รอเราด้วยนะ

too weary

ช่วงนี้มาอัพบล็อคมีแต่เรื่องบ่นๆๆๆๆ

เป็นคนที่ไม่มีความอดทนกับเรื่องเรียนตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
แล้วเดี๋ยวนี้ยิ่งรู้สึกว่าเป็นหนักอ่ะ แบบว่าไม่เอาแล้ว ไม่ไหวแล้ว
การบ้านทั้งเยอะทั้งยาก (แต่ก็ยังเอาเวลามาไร้สาระอยู่)
เกลียดตัวเองจริงๆนะ

อุตสาห์ตัดใจได้แล้วเชียว แต่ว่าก็มีอุปสรรคอีกแน่ะ
เป็นอย่างนี้ทุกที เวลาตั้งความหวังอะไรไว้แล้วไม่เป็นไปตามที่เราคิดเนี้ย
จะเฟลสุดๆทุกที่เลย ให้ตายเหอะ
อารมณ์ตอนนี้ก็เลยแบบ เป็นอะไรก็ไม่รู้ เบื่อทุกสิ่งอย่าง
เบื่อจนแบบว่า ไม่ไปก็ได้ล่ะเวิร์คเนี้ย
แต่พอคิดถึงอนาคตอีกไม่กี่เดือน ก็คิดว่าไปๆมันเถอะ
มันครั้งสุดท้ายจริงจัง แต่ว่าจะไปไหนเนี้ยไม่รู้จริงๆ
ไม่อยากไปที่ไหนแล้วอ่ะ ฮาวายก็อยากไปนะ
แต่ไม่อยากไปแบบอินดี้อ่ะ มันดูวุ่นวายเดือดร้อนคนอื่น
เราไม่ชอบเลยอ่ะ เซ็ง แต่ว่าแม่ก็ไม่ยอมอ่ะ เฮ่ออออ
เอาไงกะชีวิตดีว่ะ 困り顔

めっちゃ 悲しい

ก็รู้คำตอบตั้งแต่แรกแล้วล่ะ เป็นไงล่ะ เจ็บปวดมากกว่าเดิมอีก
ก็ตั้งแต่ที่คุยกันครั้งแรก คุยกันครั้งที่สอง สาม จนครั้งสุดท้ายเมื่อกี้
คุยกันเรื่องนี้ เราก็ร้องไห้ทุกครั้งน่ะแหละ
แต่แค่ทำให้เค้าไม่ได้ยินที่เราร้องเฉยๆ
แต่ครั้งนี้ไม่ไหวแล้วอ่ะ ไม่ได้โวยวายอะไร ร้องแบบเงียบๆ
โอเคแหละ ครั้งนี้ได้พูดสิ่งที่อยากพูดแล้ว
ได้บอกเหตุผลแล้ว แต่เค้าก็ยังพูดทุกอย่างเหมือนเดิม

เค้าก็ถามเราว่าจะไปทำไม เราก็บอกว่าก็อยากไป
เค้าก็แบบ จะไปทำไม ไปให้ได้อะไร ทำไมไม่คิดอะไรให้มันเยอะกว่านี้
เรียนมาตั้งขนาดนี้ จะไปทำงานอย่างนั้นอยู่อ่ะนะ
สุดท้ายก็คิดแต่เรื่องนี้ใช่มั้ยล่ะ ทำงานอย่างนั้นแล้วมันผิดตรงไหนหรอ
ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ทำไมล่ะๆ

ก็รู้ว่าที่บ้านเราอ่ะไม่ได้มีเงินเหลือใช้อะไรมากมาย
ยังไงเค้าก็ไม่มีปัญญาส่งเราไปเรียนต่อเมืองนอกได้
เหมือนอย่างพี่ๆของเราหรอก
เราก็บอกเค้าแล้วว่า ยังไงก็ไม่มีเงินส่งเราไปเรียนต่ออ่ะ
ยังไงจบก็ต้องหางานทำอยู่ดี
เพราะอย่างนี้ ขอเราไปครั้งสุดท้ายก็ไม่ได้เลยหรอ

ถ้าเราอยากไปที่อื่นที่ไม่ใช่ฮาวายเค้าจะให้เราไปหรือไง
เค้าบอกว่า ทำไมถึงต้องอยากกลับไปที่เดิม
ที่นั่นมีอะไรหรอ ทำไมถึงอยากจะผูกพันธ์กับคนที่นั่นมากมาย
ก็รู้จักกัน เป็นเพื่อนกัน ทุกๆคนก็เป็นคนดี
แล้วมันผิดตรงไหนหรอที่เราอยากจะกลับไปอีกอ่ะ

เค้าก็พูดแต่ว่า เดี๋ยวทำงานมีเงินอยากกลับไปเที่ยวก็ค่อยกลับไปก็ได้
เราก็บอกเค้าแล้วว่าเราไม่ได้อยากแค่ไปเที่ยว
เราอยากจะไปอยู่ที่นั่นนานๆๆ
แต่ยังไงเค้าก็ไม่เข้าใจเราอยู่ดี

เพราะฉะนั้นตอนนี้เราก็ทำอะไรไม่ได้แล้วอ่ะ
ไม่ต้องมาบอกเราหรอก ว่าก็ไม่อยากทำให้เราผิดหวัง
เราผิดหวังไปแล้วตั้งแต่ครั้งแรกที่เค้าบอกว่าไม่ให้เราไป

มันไม่มีครั้งที่สองสำหรับเราแล้วเว้ย มันหมดแล้ว
เพราะครั้งนี้มันเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายของเราจริงๆอ่ะ

แล้วก็จากที่เค้าพูดอ่ะ เหมือนว่าเค้าแคร์ความรู้สึกคนรอบข้างคนอื่น
มากกว่าความรู้สึกของเราอีก
เค้าบอกว่า แล้วรอบนี้จะเอาเหตุผลอะไรไปบอกคนอื่น
ที่ให้ไปครั้งแรก ก็อยากให้เรารู้ ให้ไปเราไปดูว่ามันเป็นยังไง
แล้วครั้งนี้ล่ะ จะไปเพื่ออะไร เค้าก็จะพูดอยู่แค่นี้แหละ
บอกว่าให้เราคิดให้เยอะๆ เราก็คิดทุกทางแล้วจริงๆนะ
เพราะฉะนั้น ทางนี้ เค้าจะเสียเงินน้อยที่สุดแล้ว

ขอโทษที่เป็นเด็กไม่ดี เอาแต่ใจตัวเองนะ
ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษๆ
สักวันนึงจะบอกจากปากของตัวเอง
แต่ว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมจริงๆ
ถ้าวันไหนทำใจได้แล้ว ตัดใจได้แล้ว เลิกคิดถึงได้แล้ว
กลับมาอยู่ในโลกของความจริงแล้ว จะบอกนะ

ตอนนี้ปล่อยให้เราอยู่ในโลกของความฝันของเราไปก่อนนะ
แต่ว่าถ้าเราออกมากจากโลกแห่งความฝันที่มีความสุขของเราไม่ได้ล่ะ
เพราะว่าเราเกลียดโลกแห่งความจริงที่สุดเลย

เรื่องทุกอย่างที่อยู่ในไดอารี่เล่มนั้นของเรา
ไม่น่าเป็นความจริงเลยเนอะ มันเจ็บปวดอ่ะ
ทุกครั้งที่เราอ่านมัน มันทำให้เรายิ้มได้
แต่ว่ามันก็ไม่มีทางเป็นจริงอีกแล้ว

เหนื่อยจังกับอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเป็นยังไง
ว่างเปล่าคว้าอะไรไม่ได้สักอย่าง

เหนื่อย ท้อ

ช่วงนี้รู้สึกจิตตก เหนื่อย ท้อ อนาคตว่างเปล่า
จะเรียนจบแล้วมันเป็นอย่างนี้เองหรอ
มันแบบ รู้สึกว่าคว้างจริงๆอ่ะ
ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางไหนดี แต่เอาเถอะ
มีให้เลือกเดินอยู่ไม่กี่ทางหรอก
แต่ว่าทางที่อยากเิดิน มันดันมีรั้วล้อมไว้ซะนี่
ทางเข้าอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ หาไม่เจอล่ะ

รู้สึกว่าช่วงนี้จะร้องไห้กับเรื่องๆเดียวเยอะเกินไปล่ะ
ท้อทุกครั้งที่เริ่มต้นจะคุย เหนื่อยกับการร้องไห้
มันเจ็บปวดอ่ะ จริงๆนะ เจ็บมากๆเลย
น้ำตาไหลอีกแล้วอ่า ทำไงดีๆๆๆๆๆๆ

มีความรู้สึกว่า อยู่ตัวคนเดียว ไม่มีใครช่วยเราได้เลยอ่ะ
คนที่เป็นที่พึ่งของเราทุกครั้ง
ดูเหมือนว่าครั้งนี้เค้าคงจะไม่ให้เราพึ่งพิงแล้วล่ะ

หรือว่ามันถึงเวลาที่เราสมควรจะยืนด้วยขาของตัวเองคนเดียวแล้ว
ถึงมันจะสมควร แต่ว่าเรายังไม่พร้อมเลยนี่หน่า เราจะทำยังไงดีล่ะ??

หรือเราไร้สาระไปเองว่ะ กลุ้มใจตัวเอง
คิดอะไรไม่ค่อยได้หรอก เฮ่อออออ
ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากระบาย
ช่วงนี้ไม่ค่อยได้อัพเลย ก็เลยคิดว่ามาอัพซะหน่อย
เดี๋ยวนี้ชอบแอบเขียนในเล่มไดอารี่ที่เอาไปเขียนที่ฮาวาย
ความทรงจำที่มีค่าของเรา
ทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้ทุกครั้งที่เราอ่าน จริงๆนะ

ถ้าเราอยากจะมีความสุขในแบบของเรา
แต่ว่าต้องทำให้คนอื่นเดือดร้อน มันก็ไม่ควรใช่ป่ะ?

NEW ENTRY «  | BLOG TOP |  » OLD ENTRY

ねこみみ


powered by cute web clock

プロフィール

ゞboomゞ

Author:ゞboomゞ
just about my ordinary life

最近の記事

最近のコメント

カテゴリー

マウスについてくる星

Let's TaLk !!


今すぐブログを作ろう!

Powered By FC2ブログ

リンク

このブログをリンクに追加する

RSSフィード

ブログ内検索

ブロとも申請フォーム

この人とブロともになる

World-Word-翻訳

英語English
韓国語 한국어
中国語 中文
フランス語 Franc,ais
ドイツ語 Deutsch
イタリア語L'italiano
スペイン語 Espan~ol
ポルトガル語 Portugue^s
Present's by サンエタ